การประชุมหารือเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business)

สำนักงาน ก.พ.ร. ได้จัดประชุมหารือเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 09.00 น. ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนางอารีย์พันธ์  เจริญสุข รองเลขาธิการ ก.พ.ร. นายณัฏฐา  พาชัยยุทธ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 หน่วยงาน เข้าร่วมการประชุมหารือ เพื่อร่วมกันหารือแนวทางการปรับปรุงสภาพแวดล้อมสำหรับการประกอบธุรกิจในประเทศไทยของธนาคารโลก (Doing Business) สรุปประเด็นสำคัญของการประชุมหารือ ดังนี้

  • ด้านการได้รับสินเชื่อ เรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลเครดิต

(ธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด)

  1. ในรายงาน DB 2020 ประเทศไทยมีคะแนนด้านการได้รับสินเชื่อ 70 คะแนน และอยู่ในอันดับที่ 48 ซึ่งหากมีการปฏิรูปจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง (High Impact) ต่ออันดับรวมของประเทศไทยใน Ease of Doing Business 
  2. ปัจจุบัน บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ได้นำ Sandbox มาใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูล ทั้งนี้ การนำ Sandbox ไปสู่การนำไปปฏิบัติจริง จะต้องแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 ในมาตรา 3 เกี่ยวกับการระบุให้ข้อมูลสาธารณูปโภคเป็นข้อมูลเครดิต และให้ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคเป็นสถาบันทางการเงิน ซึ่งเป็นแนวทางที่ต้องใช้เวลานานในการแก้ไขกฎหมาย จึงเสนอแนวทางให้เชื่อมโยงข้อมูลผ่าน Operator ที่ได้รับสัมปทานจากภาครัฐหรือผ่านเครดิตบูโรแทน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำไปหารือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติต่อไป
  3. หลังจากที่ ครม. มีมติกำหนดให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตพิจารณาออกประกาศกำหนดให้ผู้ค้าปลีก และบริษัทผู้ให้บริการสาธารณูปโภคเป็นสถาบันการเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต เพื่อให้จัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลผู้ค้าปลีกและข้อมูลจากบริษัทผู้ให้บริการสาธารณูปโภคได้ โดยเริ่มจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเป็นอันดับแรกก่อนนั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบทางกฎหมาย และทำจุดยืนด้านนโยบาย (Policy stance)
  4. การเชื่อมโยงข้อมูลเครดิตระหว่างประเทศ มีแนวโน้มจะถูกนำมาใช้วัดใน Doing Business ในอนาคต และจะสามารถใช้ในการส่งเสริมการลงทุนในบริษัท Joint Venture ได้ด้วย ซึ่งมีแนวทางในการเชื่อมโยงข้อมูลเครดิตระหว่างประเทศ 2 แนวทาง ได้แก่ 1) การเชื่อมโยงฐานข้อมูลโดยตรงตามมาตรา 20 และ 2) การขอข้อมูลโดยเจ้าของข้อมูลและมีการเชื่อมผ่านตัวแทนตามมาตรา 25 ซึ่งที่ประชุมเห็นว่า แนวทางตามมาตรา 20 ยังไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบ และการทำมาตรฐานข้อมูลให้เป็นแบบเดียวกัน ดังนั้น แนวทางตามมาตรา 25 น่าจะมีผลกระทบน้อยกว่า อย่างไรก็ดี ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

 

  • ด้านการค้าระหว่างประเทศ เรื่องการลดระยะเวลา Cut-off time

(กรมศุลกากร การท่าเรือแหลมฉบัง การท่าเรือกรุงเทพ)

  • ระยะเวลา Cut-off time คือ เงื่อนไขหรือข้อตกลงร่วมระหว่างสายเรือผู้รับขนส่งสินค้าและผู้ส่งออกสินค้า โดยตู้คอนเทนเนอร์ที่ทำการบรรจุสินค้าเสร็จแล้วจะต้องนำส่งท่าเรือเพื่อทำการส่งออก ซึ่งใน DB 2020 ประเทศไทยมีระยะเวลาในการดำเนินการรวม 44 ชั่วโมง ซึ่งประกอบไปด้วยระยะเวลาการจัดการที่ท่าเรือ (Port Handling) 32 ชั่วโมง และพิธีการทางศุลกากร 12 ชั่วโมง
  • การลดระยะเวลา Cut-off time ตามแนวปฏิบัติที่ดีของธนาคารโลก สามารถดำเนินการได้ทั้งการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การปรับปรุงขั้นตอนการปฏิบัติ และการกำหนดระยะเวลามาตรฐานตามประกาศของท่าเรือ ทั้งนี้ ท่าเรือแหลมฉบังเป็นท่าเรือที่ให้สัมปทานบริษัทเอกชนถึง 13 บริษัท ซึ่งมีความพร้อมที่แตกต่างกัน จึงควรจัดประชุมระหว่างหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องในการกำหนดแนวทางการลดระยะเวลา Cut-off time ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับแนวปฏิบัติจริง