การประชุมหารือเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business)

สำนักงาน ก.พ.ร. ได้จัดประชุมหารือเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 09.00 น. ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนางอารีย์พันธ์  เจริญสุข รองเลขาธิการ ก.พ.ร. นายณัฏฐา  พาชัยยุทธ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 6 หน่วยงาน เข้าร่วมการประชุมหารือ เพื่อร่วมกันหารือแนวทางการปรับปรุงสภาพแวดล้อมสำหรับการประกอบธุรกิจในประเทศไทยของธนาคารโลก (Doing Business) สรุปประเด็นสำคัญของการประชุมหารือ ดังนี้

  • ด้านการเริ่มต้นธุรกิจ

(กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม)

  1. ในรายงาน DB 2020 ธนาคารโลกได้ประเมินขั้นตอนการเริ่มต้นธุรกิจของประเทศไทยไว้ที่ 5 ขั้นตอน และใช้เวลา 6 วัน ซึ่งในปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เปิดให้มีการรวมขั้นตอนการจดทะเบียนธุรกิจ การจด VAT และการขึ้นทะเบียนนายจ้างไว้ในขั้นตอนเดียว ผ่านทางการ Walk in ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  2. การขึ้นทะเบียนลูกจ้าง ผู้ประกอบการยังต้องไปดำเนินการที่สำนักงานประกันสังคม จึงควรรวมขั้นตอนการขึ้นทะเบียนลูกจ้างให้ดำเนินการไปพร้อมกับขั้นตอนการจดทะเบียนธุรกิจ การขึ้นทะเบียน VAT และการขึ้นทะเบียนนายจ้างด้วย โดยทางหน่วยนงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวต่อไป หากดำเนินการได้สำเร็จในช่องทาง Walk in ขั้นตอนการเริ่มต้นธุรกิจของประเทศไทยจะเหลือเพียง 3 ขั้นตอน และลดระยะเวลาเหลือเพียง 2.5 วัน
  • ด้านการชำระภาษี

(กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม)

  1. การชำระเงินสมทบ ปัจจุบันผู้ประกอบการต้องชำระ 12 ครั้งต่อปี แม้บางประเทศสามารถลดระยะเวลาเหลือเป็นชำระรายไตรมาสได้ แต่ที่ประชุมเห็นว่าไม่สมควรดำเนินการ เนื่องจากจะทำให้ผู้ประกันตนเสียสิทธิประโยชน์ แต่ได้มีการนำระบบ e-Filing และ e-Payment มาใช้เพื่อลดระยะเวลาในการชำระเงินสมทบแทน ซึ่งผลการดำเนินการพบว่ามีผู้ใช้งานระบบ e-Filing ถึงร้อยละ 90 และ e-Payment ถึงร้อยละ 50 โดยทางสำนักงานประกันสังคมได้เพิ่มแรงจูงใจในการใช้งานด้วยการลดค่าธรรมเนียมและยืดระยะเวลาการชำระหากใช้ระบบดังกล่าว
  2. กรมสรรพากรได้ดำเนินการปฏิรูปการตรวจสอบภาษีที่จะส่งผลต่อดัชนีหลังการชำระภาษี และระยะเวลาการกรอกภาษี ทั้งการลดการโยกย้ายผู้ตรวจสอบภาษี และดำเนินนโยบายที่จะช่วยให้การตรวจสอบภาษีเป็นไปอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีการพัฒนาระบบประเมินความเสี่ยง (RBA) ที่ช่วยให้การตรวจสอบภาษีเร็วขึ้น นอกจากนี้กรมสรรพากรได้ปฏิรูปเพื่อลดระยะเวลาการกรอกภาษีนิติบุคคลด้วยการลดจำนวนหน้าแบบแสดงรายการ และพัฒนาระบบ e-Filing ใหม่  ให้มีความง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น
  • ด้านการได้รับสินเชื่อ

(กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สำนักงาน ก.ล.ต.)

  1. การนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นหลักประกัน พบว่าในปัจจุบันมีใช้งานจริง 3 ราย โดยมีมูลค่ารวมหลักพันล้านบาท อย่างไรก็ดี ปัญหาการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ยังไม่แพร่หลาย เนื่องจากมีความยากในการประเมินราคา ความเสี่ยงในการรักษามูลค่า และการบังคับหลักประกัน
  2. ควรให้ภาคเอกชนที่มีประสบการณ์เป็นผู้ประเมินราคา และให้อยู่ในกำกับของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ได้เสนอแนวทางการพัฒนาระบบข้อมูลหลักประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ข้อมูลมูลค่า ฯลฯ เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจ